คนมีรถต้องรู้ กับแนวทางเทียบประกันรถยนต์ให้ได้ความคุ้มค่า

อู่รถยนต์
The cars in a repair garage

การเป็นเจ้าของรถสักคัน กว่าจะเลือกซื้อได้ก็ยากแล้ว แต่ทว่าสิ่งที่ตัดสินใจยากกว่าการเลือกซื้อรถกลับเป็นเรื่องของการตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะใครที่ซื้อรถที่มีราคาสูงมาขับขี่ จะทำประกันภัยทั้งทีก็ต้องให้เหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาของรถ ในขณะที่บางคนซื้อรถแบบทั่วไปราคากลาง ๆ มาใช้ และก็ไม่ค่อยได้ขับขี่สักเท่าไหร่ ก็ต้องเลือกทำประกันที่ตนเองจ่ายไหวแบบไม่เป็นภาระที่หนักเกินไปด้วย ในครั้งนี้เราจึงขอมาแนะนำแนวทางเทียบประกันรถยนต์ให้ได้ความคุ้มค่า ไม่ว่าคุณจะมีรถแบบไหนก็ตาม สามารถที่จะนำแนวทางนี้ไปใช้ได้ เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายมากยิ่งขึ้นของตัวคุณเอง

พิจารณาความมั่นคงของบริษัทประกัน

เวลาเราเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เรื่องแรก ๆ ที่เราคำนึงถึงเลยก็คือ “แบรนด์” สินค้า ว่าเป็นของยี่ห้ออะไรไว้ใจได้ไหม สำหรับการเทียบประกันรถยนต์เพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อเลือกต่อประกันรถก็คงไม่ต่างกัน เพราะเราจะต้องเข้าไปเป็นลูกค้าเขา เราจะต้องจ่ายเบี้ยให้เขา การพิจารณาในเรื่องชื่อเสียงความมั่นคงของบริษัทประกันจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาในส่วนแรก ๆ ดูว่าเป็นแบรนด์ไหน เปิดมานานหรือยัง ไว้ใจได้หรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจเบื้องต้นให้กับตัวเรา ซึ่งเดี๋ยวนี้ข้อมูลรีวิวก็มีตามโลกออนไลน์ ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลมาพิจารณาเลือกบริษัทที่เรามั่นใจได้ง่ายขึ้น ให้เลือกออกมา สัก  2 – 3 แห่ง

สิทธิประโยชน์ในการให้ความคุ้มครองและข้อจำกัดต่าง ๆ

ประการต่อมาที่คุณจะต้องเปรียบเทียบก็คือ เรื่องสิทธิประโยชน์ในความคุ้มครองที่เราจะได้รับ เวลาที่เราต้องเคลมประกัน โดยให้คุณนำรายชื่อบริษัทที่เลือกเอาไว้ 2 – 3 แห่งนั้นมาเทียบประกันรถยนต์ในส่วนของข้อจำกัดในการคุ้มครอง ดูว่าประกันแต่ละระดับของแต่ละแห่งมีข้อจำกัดในการให้ความคุ้มครองเราอย่างไรบ้าง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ประกันรถบางแห่งอาจคิดเบี้ยราคาสูง แต่ครอบคลุมการดูแลทั้งในส่วนของรถและในส่วนของคน ส่วนบางแห่งประกันระดับเดียวกันเบี้ยถูกกว่า แต่สิทธิประโยชน์ในการคุ้มครองอาจมีแค่ตัวบุคคลเท่านั้น อาจไม่ได้ครอบคลุมไปถึงรถด้วย จุดนี้จึงต้องนำมาพิจารณาไปพร้อม ๆ กัน

อัตราการจ่ายเบี้ยประกัน

เมื่อเลือกบริษัทประกันคร่าว ๆ ได้แล้ว ดูเรื่องการให้ความคุ้มครองแล้ว แนวทางการเทียบประกันรถยนต์ในส่วนต่อมาก็คือ การดูในส่วนของเบี้ยประกันที่คุณต้องชำระ การคิดอัตราการจ่ายเบี้ยประกันนั้น บริษัทประกันแต่ละแห่งจะมีวิธีคิดแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่หลักพื้นฐานในการคำนวณจะดูในเรื่องอายุของผู้ขับขี่ด้วย ซึ่งบางครั้งเมื่อคุณเทียบประกันรถยนต์ออนไลน์ราคาที่แจ้งไว้อาจเป็นราคาเบื้องต้นเท่านั้น ราคาจริงทางบริษัทประกันจะพิจารณาตัวบุคคลที่ขับขี่ด้วย ถ้ายังหนุ่มอายุ 20 กว่า ๆ ราคาค่าเบี้ยประกันก็จะสูงกว่า คนที่อายุ 40 – 50 ปี บริษัทประกันจะพิจารณาเรื่องประสบการณ์ในการขับขี่และความเสี่ยงด้วยนั่นเอง ตรงนี้คุณจึงต้องคำนวณเผื่อไว้ด้วย

Serviceman

การคิดค่าเสียหายส่วนแรกก็ต้องไม่ลืมพิจารณา

หลายคนที่ทำการเทียบประกันรถยนต์มักจะลืมเรื่องของการคิดค่าเสียหายส่วนแรกไป ค่าเสียหายส่วนแรกเป็นเงินที่เราจะต้องจ่ายไปก่อนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและจะต้องมีการเคลมประกัน ซึ่งตรงนี้มีผลต่อเรื่องความคุ้มค่าเหมือนกัน ถ้าคุณต้องการให้การจ่ายเบี้ยประกันถูกลง ก็จำเป็นจะต้องเลือกการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเยอะไว้ก่อน แต่ถ้าเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกน้อย การจ่ายเบี้ยประกันปกติก็จะสูงขึ้น ซึ่งถ้าคุณขับขี่ได้ดีมีวินัย ไม่ประมาทไม่เกิดอุบัติเหตุเลยไม่มีการเคลมประกันเลย สิทธิ์ตรงนี้ทางบริษัทประกันจะนำไปลดหย่อนเบี้ยประกันในปีถัดไปให้คุณ ทำให้คุณจ่ายเบี้ยถูกลงได้ตรงนี้จึงส่วนที่มองข้ามไม่ได้เหมือนกัน

กระบวนการความยุ่งยากในการเคลมประกัน

สุดท้ายก็เป็นในเรื่องสิทธิประโยชน์ปลายทางที่เราจะได้รับจริงกรณีที่เราจะต้องเคลมประกัน ในส่วนนี้เราอาจจะไม่รู้ในตอนแรกว่า บริษัทไหนจะบริการดีไม่ดีอย่างไร จะมีความยุ่งยากในการเคลมหรือไม่ แต่ในปัจจุบันนี้ก็ตรวจสอบได้ไม่ยาก แค่คุณหาข้อมูลจากโลกออนไลน์ ดูรีวิวจากเว็บบอร์ดหรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็อาจทำให้เราได้ข้อมูลบางอย่างที่เพียงพอต่อการตัดสินใจได้แล้ว แต่การดูตรงนี้แนะนำว่าให้ดูจากหลาย ๆ แหล่งและอย่าเพิ่งเชื่อในทันที ดูไปเรื่อย ๆ และให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือดู ทั้งหมดก็อยู่ที่คุณจะตัดสินใจ

นี่คือแนวทางเทียบประกันรถยนต์ที่คนมีรถทั้งหลายควรจะต้องรู้ไว้ เวลานำมาเปรียบเทียบจะได้รู้ว่าควรพิจารณาอย่างไร ควรดูอะไรก่อนหลัง ซึ่งมีแนวทางแบบนี้ควรพอจะช่วยประหยัดเวลาของคุณไปได้บ้างไม่มากก็น้อย